"ณวัฒน์" ผันตัวเองมานั่งแท่น ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก "รักข้ามคาน" 16 กรกฏาคม 2563 - EVENT96 PR ONLINE

AD HTM

Post Top Ad

Responsive Ads Here

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"ณวัฒน์" ผันตัวเองมานั่งแท่น ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก "รักข้ามคาน" 16 กรกฏาคม 2563


เรื่อง                                         :  รักข้ามคาน

กำหนดฉาย                              : 16 กรกฏาคม 2563

แนวภาพยนตร์                          : โรแมนติค ดราม่า

ผู้ผลิต                                      : บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ผู้จัดจำหน่าย                           : เอ็ม พิคเจอร์ส

ผู้อำนวยการสร้าง                    : ณวัฒน์ อิสรไกรศีล

ผู้อำนวยการผลิต                     : บริพันธ์  ชัยภูมิ

โปรดิวเซอร์                              : สามารถ  ทองขาว

ผู้ควบคุมการผลิต                    : พรศักดิ์  ชาติกานนท์

ผู้กำกับ                                                : ธรรมรักษ์  กมุทมาโนชญ์

ผู้กำกับ                                                : สายชล แผ่นผา

กำกับภาพ                               : ชุมพล โฉมตระการ

ดนตรีประกอบ                         :  ปิติ เกยูรพันธ์

นักแสดง                                  :  คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์

นักแสดง                                  :  เพ็ญพิชชา นาคแดง

นักแสดง                                   : สมชาย เข็มกลัด

นักแสดง                                  :  อรอนงค์  ปัญญาวงศ์

นักแสดง                                  :  ชานนท์ จันทสะโร

นักแสดง                                  :  นันทภัค ไกรหา

 

นักแสดง                                  : เฉลิมชัย ปั๋นแก้ว

นักแสดง                                 : เลาร่า  มาสเซตติ

นักแสดง                                  : เบญทราย  กียปัจจ์

นักแสดง                                  : ณรัตตญา ผิวทองอ่อน


ณวัฒน์ อิสรไกรศีล (ผู้อำนวยการสร้าง)

แค่รู้ว่า ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผันตัวเองมานั่งแท่น ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรก รักข้ามคาน กระแสตอบรับท่วมท้นล้นหลาม หลังเคยประกาศบนเวทีการประกวด มิสแกรนด์  ไทยแลนด์ 2019 ผู้คว้าตำแหน่ง “Miss Grand Actress 2019 จะได้ขึ้นแท่น นางเอกภาพยนตร์ ที่ผลิตโดย บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับ เอ็ม พิคเจอร์ส สร้างความฮือฮาให้กับวงการนางงามไม่น้อย เพราะตำแหน่งนี้ถือเป็นใบเบิกทางเจ้าของตำแหน่งให้ได้ “แจ้งเกิด” สู่วงการบันเทิงเต็มตัว หลังทุ่มทุนสร้างกว่า 30 ล้านบาท ลุยเต็มสูบในฐานะ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์หน้าใหม่ ไม่สนดราม่าใดใด ตั้งใจเพียงยกระดับนางงาม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ สู่วงการภาพยนตร์  “ต้องการให้คุณดูเนื้อหาภาพยนตร์ ไม่ใช่มาดูดารา” วันนี้ ณวัฒน์ พร้อมแล้วที่จะให้แฟนหนังได้สัมผัสเรื่องราวความรัก ความผูกพัน เต็มไปด้วยความสนุกในภาพยนตร์เรื่อง รักข้ามคาน กำหนดฉายวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 แน่นอน

ณวัฒน์ เปิดใจว่า “ภาพยนตร์ รักข้ามคาน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกภายใต้การผลิตของ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ เอ็ม พิคเจอร์ส ก็มีคนถามตลอดครับว่าคิดยังไงถึงมาลงทุนสร้างภาพยนตร์    ไม่กลัวเจ๊งเหรอ ไม่ค่อยมีคนดูหนังไทยเท่าไหร่ และหนังผมมีแต่นักแสดงหน้าใหม่ ซึ่งเหตุผลแรกของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยทุนของบริษัทกว่า 30 ล้านบาท เพราะต้องการให้องค์กร มิสแกรนด์ มีผลงานครบวงจร เพราะเรามีบุคคลากรที่มีคุณภาพ นางงามมิสแกรนด์ผมพร้อมใช้ทุกคน และผมเชื่อว่านักแสดงในเรื่องแม้จะเป็นหน้าใหม่ แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ผู้กำกับ พิถีพิถันทุกขั้นตอน  หนังภาพสวย การเล่าเรื่องที่สัมผัสได้ในชีวิตจริง ทีมงานทุกคนเต็มที่กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากผมยอมรับว่าการ การมีนักแสดงหน้าใหม่เกือบหมด  เป็นจุดอ่อนของหนัง แต่ผมต้องการแบบนั้น เพราะอยากให้ผู้ชมได้ดูภาพยนตร์ ดูเรื่องราว ดูคนที่ถ่ายทอดอยู่ในจอ ไม่ใช่ดูดาราที่คุณอาจจะยังติดกับภาพลักษณ์เดิมๆของเขาอยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาของหนังได้

ผมอยากพูดถึงนักแสดงที่ผมคัดเลือกมาสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ แมงปอ เพ็ญพิชชา  นาคแดง มิสแกรนด์พะเยา เจ้าของตำแหน่ง Miss Grand Actress 2019 ถือเป็นนักแสดงที่ตั้งใจ ผ่านการคัดเลือกในรอบคัดเลือกนักแสดงมาจาก 77 จังหวัด เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก ป่าน คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์, ปอม ชานนท์ จันทสะโร, บิว นันทภัค ไกรหา (รองอันดับ 3 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2018) ทีม เฉลิมชัย ปั๋นแก้ว และนักแสดงมากความสามารถอีก 2 ท่านที่ผมต้องขอบคุณมากๆคือ เต๋า สมชาย เข็มกลัด และ คุณอร อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ทั้งสองท่านคือนักแสดงมืออาชีพที่น่าชื่นชม ทำงานด้วยง่าย และครั้งนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทของ เต๋า สมชาย ด้วยครับ อยากให้ลองติดตามชมกัน”










ผู้กำกับ




เรื่องย่อ

FLASHBACK :  ครอบครัว ด.ญ ของขวัญ เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง อาศัยอยู่ในตัวเมืองเชียงคาน (จังหวัดเลย) ทุกๆเช้าและเย็น นที พ่อของขวัญ จะขี่รถมอเตอร์ไซค์เวสป้าเก่าๆ ไปรับ-ส่ง ของขวัญที่โรงเรียน นทีเช็ดถูดูแลทะนุถนอมรถเวสป้าคันนี้เป็นอย่างดี ด้วยความเป็นเด็ก ของขวัญจึงถามพ่อว่า ทำไมพ่อรักรถคันนี้จัง รักมากกว่าหนูด้วยมั๊ง นที ตอบว่า “พ่อรักหนูมากกว่าสิ่งใด แต่รถคันนี้ก็เป็นรถที่พ่อรักเช่นกัน เพราะคุณปู่ได้มอบให้พ่อตอนพ่อยังเป็นวัยรุ่น พ่อขี่รถคันนี้มาตลอดชีวิตของพ่อ  พอถึงวันที่หนูโตขึ้นพ่อก็จะยกรถคันนี้ให้หนูเป็นคนดูแลแทน” กระทั่งวันนึงเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ จันจิรา แม่ของขวัญ เข้าใจ นที ผิดจนเป็นเหตุให้ จันจิรา พา ของขวัญหนีกลับจังหวัดน่านบ้านเกิด วันเวลาผ่านไปนานหลายปี ของขวัญ โตเป็นสาวแต่กลับไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวัยเด็ก

วันหนึ่งของขวัญเห็นชายวัยกลางคนขี่เวสป้ามากับลูกสาวตัวเล็กๆ ทำให้ของขวัญคิดถึงพ่อมาก จึงชวน เปรี้ยว เพื่อนรัก เดินทางไปที่เชียงคาน แต่กลับได้รับข่าวร้ายว่า นที ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตแล้ว ของขวัญเสียใจมาก หลังจากร่วมงานเผาศพพ่อ ของขวัญนึกถึงภาพในวัยเด็กของตัวเองและคำพูดของพ่อที่เคยบอกว่าจะมอบเวสป้าให้ดูแลต่อจากพ่อในวันที่โตแล้ว ด้วยความรักและคิดถึงพ่อ ของขวัญจึงถามญาติๆว่า เวสป้าของพ่อหายไปไหน ญาติบอกว่า ตอนพ่อป่วยไม่มีเงินรักษา พ่อจึงขาย      เวสป้าไป ของขวัญพยายามตามหาเวสป้าของพ่อในกลุ่มคนเล่นเวสป้า และเพจต่างๆทุกวัน

กระทั่งมีอินบ็อกซ์มาตอบเธอว่าเห็นรถคันนี้จอดอยู่ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ของขวัญไปตามหาจนพบรถเวสป้าอยู่กับ อาร์ท ของขวัญขอซื้อรถคืน แต่อาร์ทกลับไม่ยอมขาย ด้วยสัญญาที่ได้รับปาก นที ไว้ 2 ข้อ คือขอแรก อาร์ทจะต้องดูแลรถคันนี้เป็นอย่างดีและไม่ขายต่อให้ใคร ข้อที่สอง นทีมีความตั้งใจที่จะขับรถเวสป้าคันนี้ไปไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นวัดที่นทีกับจันจิราพบรักกันครั้งแรก ด้วยความคิดถึงจันจิรา นทีจึงอยากให้คนที่ได้รถคันนี้ไปช่วยทำความฝันสุดท้ายนี้ให้เขาด้วย ของขวัญพยายามตื้อเพื่อขอซื้อรถคืนอยู่หลายครั้งจน อาร์ท ทนไม่ไหว พูดตัดความรำคาญไปลอยๆว่า ขายให้ไม่ได้หรอกเพราะจะเอารถไปทริปกับเพื่อนในวันพรุ่งนี้

ถ้าอยากได้จริงๆก็ตามไปเอา  จบทริป 7 วัน จะขายให้ทันทีด้วยความอยากได้รถของพ่อคืน บวกกับนิสัยเอาแต่ใจ  ของขวัญจึงตัดสินใจไปออกทริปกับ อาร์ท และกลุ่มเพื่อนๆ คือ วิทย์  ตี๋

แต่ทริปวันแรกก็ไม่สวยซะแล้ว เมื่อรถยนต์ของของขวัญเกิดอุบัติเหตุ ของขวัญและเปรี้ยวจำเป็นต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์เวสป้าของอาร์ทและวิทย์ไป บนเส้นทางเชียงคาน-น่าน

ระหว่างการเดินทาง มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ ของขวัญ และ เปรี้ยว ได้เห็น 3 หนุ่มในมุมที่แตกต่างแบบคาดไม่ถึง วิทย์ ผู้ชายแข็งกระด้าง พูดจาโผงผาง แต่งตัวกวนๆ ทำตัวเหมือนกุ๊ย กลับนั่งร้องไห้เมื่อเห็นสุนัขโดนรถชน พาไปรักษาอย่างทะนุถนอม หรือแม้แต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เครื่องมือไม่อำนวยแต่ก็ใช้สมองในการแก้ไขสถานการณ์ได้จนสำเร็จ ทำให้ของขวัญ และ อาร์ท เกิดความผูกพัน เข้าใจและรักกันในที่สุด 

กระทั่งจบทริป ของขวัญทวงสัญญาขอซื้อรถกับ อาร์ท แต่ อาร์ท ยังไม่ยอมขายเหมือนเดิม  อาร์ท สารภาพว่าที่พูดออกไปเช่นนั้นเพราะต้องการตัดความรำคาญ ทำให้ของขวัญโกรธมากที่อาร์ทไม่ทำตามสัญญาจึงตัดสินใจกลับจังหวัดน่านด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ

ในวันครบกำหนดทำบุญร้อยวันของนที ของขวัญกลับมาที่เชียงคานเพื่อทำบุญให้พ่อ และในงานบุญวันนั้นมี อาร์ท ไปร่วมงานด้วย ทั้งสองเมินเฉยต่อกัน จนกระทั่งวันถัดมาอาร์ทไปไหว้กระดูกของนที และพูดกับกระดูกของนทีว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งสองข้อแล้ว แต่ต่อจากนี้ผมจะขออนุญาตทำผิดสัญญาสัก 1 ข้อ โดยการขายรถคันนี้ให้กับคนที่ผมรัก....ในขณะที่อาร์ทกำลังพูดอยู่นั้น ของขวัญก็เข้ามาได้ยินโดยบังเอิญ ทำให้รู้เรื่องราวทั้งหมด และเข้าใจถึงเหตุผลในทุกสิ่ง ทุกอย่างที่อาร์ททำ  ของขวัญจึงพูดขึ้นมาว่า ไม่ต้องเอาเวสป้าไปขายให้ใครแล้ว เพราะคนๆนั้นอยู่ตรงนี้แล้ว”………………!!


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Post Bottom Ad

Responsive Ads Here